ว่าเเต่ทำไมพอพูดถึงเรื่อง network marketing หรือธุรกิจเครือข่าย ทำไมถึงมองธุรกิจเเบบนี้ในแง่ลบกันจังหว่า หรือว่าไปปนกับขายตรง ซึ่งขายตรงมันเป็นจุดเริ่มต้นของการตลาดแบบเครือข่ายนะว่าง่ายๆคือการนำค่าการตลาดที่ตามปกติจะจ่ายให้กับค่าส่งค้าปลีกค่าโฆษณามาแบ่งให้กับผู้แทนจำหน่ายหรือนักธุรกิจอิสระ
ซึ่งตามแผนการตลาดของบริษัทเหล่านี้ก็จะมีการจ่ายเงินปันผลคืนด้วยระบบต่างๆ
ในโลกนี้สามารถจัดการจ่ายเงินปันผลคืนในสองแผนการตลาดใหญ่ๆ คือ แผนการจ่ายแบบขั้นบันได หรือ Stairstep break away ซึ่งบริษัทใหญ่ๆ เก่าแก่จะใช้แผนการตลาดแบบนี้มานานเเล้วอาทิเช่นที่คนรู้จักกันดี Amway Nuskin Herbalife ซึ่งเป็นแผนที่มีการจ่ายปันผลที่มั่นคงซึ่งบริษัทเหล่านี้เป็นบริษัทเก่าแก่ มีความมั่นคงสสูงมาก มีปัญญาจ่ายเเน่นอน ซึ่งจะมีการคิดเป็นเเต้มรวมของกลุ่มทั้งหมดเเล้วจ่าย
ปันผลเป็นเปอร์เซนต์ เมื่อมีเเต้มกลุ่มถึงระดับหนึ่งก็จะได้รับการเลื่อนตำเเหน่งเเล้วไม่นับเเต้มรวมให้กับผู้
สปอนเซอร์อีก เหมือนกับเป็นเเฟรนไชส์ที่เเยกออกไป ผู้แนะนำก็จะได้รับส่วนเเบ่งของยอดของคนที่เบรคออกไปอีกที เเต่จะไม่เอายอดจำหน่ายของคนที่เเยกออกไปเเล้วมารวมเป็นยอดจำหน่ายของเรา
จะมีแผนอีกอย่างกว้างๆ เรียกว่า แผนแบบไบนารี่ ซึ่งจะมีการคิดการจ่ายผลตอบแทนที่เเตกต่างกันโดยสิ้นเชิงจากแผนขั้นบันได เพาะแผนขั้นบันไดนั้น เราจะมีทีมงานชั้นที่ 1 หรือคนที่เราชักชวนเข้ามา ไม่จำกัดจำนวน เเต่ถ้าเป็นแบบไตรนารี่หรือไบนารี่ เราจะมีคนในชั้นเเรกเเค่สองคนเท่านั้น หลังจากนั้นจะถูกโยนลงไปต่อด้านล่างเรื่อยๆ เหมือนกับสายสร้อยหรือลูกชิ้นเสียบไม้ลงไปเรื่อยๆ เเล้วก็จะมีวิธีการคำนวนการจ่ายผลตอบแทนที่ต่างกันออกไป เพราะไบนารี่จะมีเเค่สองสายใหญ่ๆ จะมีการจ่ายสองเเบบคือจับคู่ซ้ายขวาจ่าย ในกรณีที่มีเเต้มในด้านซ้ายเเละด้านขวา ก็จะจับเอาคู่ที่เเต้มเท่ากันในสองค่าย มาจ่ายๆไป เเล้วเเต่ว่าจะคิดเป็นสัปดาห์หรือเดือน
คิดการจ่ายเท่าไหร่ๆ เเล้วส่วนใหญ่แผนไบนารี่จะมีการจ่าย fast start นั่นคือ เราชักชวนใครเข้ามาใหม่ได้ทันทีที่เขาสมัครเราจะได้ค่าแนะนำทันทีเลย แผนไบนารี่จัดว่าเป็นแผนที่จ่ายเยอะจ่ายเร็วในช่วงแรก ซึ่งคนอาจจะเห่อทำให้มีการสปอนเซอร์แบบบ้าพลัง ชวนทุกคนที่รู้จักหรือคนที่เห็นทุกคนในระยะร้อยเมตรซึ่บริษัทที่ใช้แผนนี้ก็จะมีหลายที่ ไม่ว่าจะเป็นกิฟฟารีน เอเจล โสม Aim star Snatur เกือบ 100% ของบริษัทใหม่ๆ ที่เกิดขึ้นจะใช้แผนไบนารี่หมดเลย
เทียบกันเเล้วแผนสแตร์สเตปนั้นจ่ายช้า เเต่จ่ายมั่นคง ส่วนไบนารี่ จ่ายเร็วจ่ายเยอะในช่วงแรก กว่าจะมั่นคงได้ คนในองค์กรจะต้องเยอะมากถึงมากที่สุด
ทีนี้ การตลาดแบบเครือข่ายมันต่างจากขายตรงในแง่มุมใดได้บ้าง
ขายตรงก็คือการที่เราเอาสินค้าและบริการ บุกไปถึงตัวเป้าหมายเเล้วให้เขาซื้อของจากเราเพื่อที่เราจะได้ยอดได้กำไรอะไรก็ว่าไป แต่ การตลาดแบบเครือข่ายคือการที่เรานำแผนการจ่ายผลตอบแทนไปอธิบายให้กับผู้ที่สนใจ หากเขาสนใจมาร่วมเป็นเครือข่าย ก็คือเป็นผู้ที่ซื้อกินซื้อใช้สินค้า แล้วก็นำแต้มมาคิดไปตามแผนการตลาด ดังนั้น จึงไม่ใช่การขายตรงแบบบ้าพลัง
หรือเพราะว่าคนที่เน้นขายตรงบ้าพลังทำให้ การตลาดแบบเครือข่ายโดยยี้ไปโดยปริยายหว่า!!!
ขอบคุณบทความ : นิรนาม
http://primafan.tk
Tags : attrction,aimstar, amway, business, mlm, network, marketing, prima life time, freedom, monney, agel, smartlift, primafan, nipon, niponlive,niponfans, ธุรกิจ, เครือข่าย, เอ็มแอลเอ็ม, รายได้, สุขภาพ, ลดนำหนัก ,เงิน, ดี, ความสุข, อาชีพ, ยั่งยืน, มั่นคง,สวยงาม,สินค้า,ประโยชน์,ดี,เสริมอาหาร,สมาร์ ลิฟ
ซึ่งตามแผนการตลาดของบริษัทเหล่านี้ก็จะมีการจ่ายเงินปันผลคืนด้วยระบบต่างๆ
ในโลกนี้สามารถจัดการจ่ายเงินปันผลคืนในสองแผนการตลาดใหญ่ๆ คือ แผนการจ่ายแบบขั้นบันได หรือ Stairstep break away ซึ่งบริษัทใหญ่ๆ เก่าแก่จะใช้แผนการตลาดแบบนี้มานานเเล้วอาทิเช่นที่คนรู้จักกันดี Amway Nuskin Herbalife ซึ่งเป็นแผนที่มีการจ่ายปันผลที่มั่นคงซึ่งบริษัทเหล่านี้เป็นบริษัทเก่าแก่ มีความมั่นคงสสูงมาก มีปัญญาจ่ายเเน่นอน ซึ่งจะมีการคิดเป็นเเต้มรวมของกลุ่มทั้งหมดเเล้วจ่าย
ปันผลเป็นเปอร์เซนต์ เมื่อมีเเต้มกลุ่มถึงระดับหนึ่งก็จะได้รับการเลื่อนตำเเหน่งเเล้วไม่นับเเต้มรวมให้กับผู้
สปอนเซอร์อีก เหมือนกับเป็นเเฟรนไชส์ที่เเยกออกไป ผู้แนะนำก็จะได้รับส่วนเเบ่งของยอดของคนที่เบรคออกไปอีกที เเต่จะไม่เอายอดจำหน่ายของคนที่เเยกออกไปเเล้วมารวมเป็นยอดจำหน่ายของเรา
จะมีแผนอีกอย่างกว้างๆ เรียกว่า แผนแบบไบนารี่ ซึ่งจะมีการคิดการจ่ายผลตอบแทนที่เเตกต่างกันโดยสิ้นเชิงจากแผนขั้นบันได เพาะแผนขั้นบันไดนั้น เราจะมีทีมงานชั้นที่ 1 หรือคนที่เราชักชวนเข้ามา ไม่จำกัดจำนวน เเต่ถ้าเป็นแบบไตรนารี่หรือไบนารี่ เราจะมีคนในชั้นเเรกเเค่สองคนเท่านั้น หลังจากนั้นจะถูกโยนลงไปต่อด้านล่างเรื่อยๆ เหมือนกับสายสร้อยหรือลูกชิ้นเสียบไม้ลงไปเรื่อยๆ เเล้วก็จะมีวิธีการคำนวนการจ่ายผลตอบแทนที่ต่างกันออกไป เพราะไบนารี่จะมีเเค่สองสายใหญ่ๆ จะมีการจ่ายสองเเบบคือจับคู่ซ้ายขวาจ่าย ในกรณีที่มีเเต้มในด้านซ้ายเเละด้านขวา ก็จะจับเอาคู่ที่เเต้มเท่ากันในสองค่าย มาจ่ายๆไป เเล้วเเต่ว่าจะคิดเป็นสัปดาห์หรือเดือน
คิดการจ่ายเท่าไหร่ๆ เเล้วส่วนใหญ่แผนไบนารี่จะมีการจ่าย fast start นั่นคือ เราชักชวนใครเข้ามาใหม่ได้ทันทีที่เขาสมัครเราจะได้ค่าแนะนำทันทีเลย แผนไบนารี่จัดว่าเป็นแผนที่จ่ายเยอะจ่ายเร็วในช่วงแรก ซึ่งคนอาจจะเห่อทำให้มีการสปอนเซอร์แบบบ้าพลัง ชวนทุกคนที่รู้จักหรือคนที่เห็นทุกคนในระยะร้อยเมตรซึ่บริษัทที่ใช้แผนนี้ก็จะมีหลายที่ ไม่ว่าจะเป็นกิฟฟารีน เอเจล โสม Aim star Snatur เกือบ 100% ของบริษัทใหม่ๆ ที่เกิดขึ้นจะใช้แผนไบนารี่หมดเลย
เทียบกันเเล้วแผนสแตร์สเตปนั้นจ่ายช้า เเต่จ่ายมั่นคง ส่วนไบนารี่ จ่ายเร็วจ่ายเยอะในช่วงแรก กว่าจะมั่นคงได้ คนในองค์กรจะต้องเยอะมากถึงมากที่สุด
ทีนี้ การตลาดแบบเครือข่ายมันต่างจากขายตรงในแง่มุมใดได้บ้าง
ขายตรงก็คือการที่เราเอาสินค้าและบริการ บุกไปถึงตัวเป้าหมายเเล้วให้เขาซื้อของจากเราเพื่อที่เราจะได้ยอดได้กำไรอะไรก็ว่าไป แต่ การตลาดแบบเครือข่ายคือการที่เรานำแผนการจ่ายผลตอบแทนไปอธิบายให้กับผู้ที่สนใจ หากเขาสนใจมาร่วมเป็นเครือข่าย ก็คือเป็นผู้ที่ซื้อกินซื้อใช้สินค้า แล้วก็นำแต้มมาคิดไปตามแผนการตลาด ดังนั้น จึงไม่ใช่การขายตรงแบบบ้าพลัง
หรือเพราะว่าคนที่เน้นขายตรงบ้าพลังทำให้ การตลาดแบบเครือข่ายโดยยี้ไปโดยปริยายหว่า!!!
ขอบคุณบทความ : นิรนาม
http://primafan.tk
Tags : attrction,aimstar, amway, business, mlm, network, marketing, prima life time, freedom, monney, agel, smartlift, primafan, nipon, niponlive,niponfans, ธุรกิจ, เครือข่าย, เอ็มแอลเอ็ม, รายได้, สุขภาพ, ลดนำหนัก ,เงิน, ดี, ความสุข, อาชีพ, ยั่งยืน, มั่นคง,สวยงาม,สินค้า,ประโยชน์,ดี,เสริมอาหาร,สมาร์ ลิฟ

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น